ช่างสีมืออาชีพมักพูดว่า “งานสี 70% อยู่ที่การเตรียมพื้นผิว” และเป็นความจริงที่พิสูจน์ได้ การทาสีบนพื้นผิวที่เตรียมไม่ดีจะทำให้สีลอก พอง หรือหลุดร่อนก่อนเวลา ไม่ว่าจะใช้สีคุณภาพดีแค่ไหนก็ตาม
การเตรียมพื้นผิวปูน/คอนกรีต
งานใหม่
- รอให้ปูนบ่มครบ 28 วันก่อนทาสี — ปูนใหม่มีความชื้นและด่างสูงซึ่งจะทำลายฟิล์มสี
- ทำความสะอาดฝุ่น คราบน้ำมัน และสิ่งแปลกปลอมออกให้หมด
- ซ่อมรอยแตกด้วยกาวซีเมนต์หรือสีฝุ่นผสมน้ำ
- ทาน้ำยารองพื้น (Sealer/Primer) เพื่อปิดรูพรุนและลดการดูดซึม
งานทาทับ/ซ่อมแซม
- ขูดสีเก่าที่ลอกหรือเป็นฝุ่นออกด้วยแปรงลวดหรือกระดาษทราย
- ล้างคราบเกลือและสาหร่ายด้วยน้ำยาทำความสะอาดเฉพาะ
- รอให้แห้งสนิทก่อนทาสีใหม่
การเตรียมพื้นผิวโลหะ/เหล็ก
โลหะต้องการการเตรียมพื้นผิวที่เข้มงวดกว่าปูน เพราะสนิมจะแพร่ขยายใต้ฟิล์มสีหากไม่กำจัดออกให้หมด
- Sa 2.5 (Near White Blast) — มาตรฐานที่แนะนำสำหรับสภาพแวดล้อมรุนแรง ใช้ Sandblasting
- St 3 (Power Tool Cleaning) — ใช้เครื่องมือไฟฟ้าขัดจนเห็นผิวโลหะแวว ใช้งานทั่วไป
- St 2 (Hand Tool Cleaning) — ขัดด้วยมือ เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการมาตรฐานสูง
การเตรียมพื้นผิวไม้
- ขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ 80–120 ตามเสี้ยนไม้
- เช็ดฝุ่นออกให้หมดด้วยผ้าชุบน้ำยา Tack Cloth
- ทาสีรองพื้นไม้ 1 รอบก่อนทาสีจริง
- ถ้าไม้มียางน้ำมัน เช่น ไม้สัก ต้องล้างด้วยตัวทำละลายก่อน
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง
- ทาสีขณะฝนตกหรือความชื้นสูงเกิน 85%
- ทาสีเมื่อพื้นผิวร้อนเกิน 40°C โดยโดนแสงแดดโดยตรง
- ข้ามขั้นตอนรองพื้นเพื่อประหยัดเวลา
การเตรียมพื้นผิวที่ดีไม่ใช่ขั้นตอนที่สิ้นเปลืองเวลา แต่เป็นการลงทุนที่ช่วยให้งานสีมีอายุยืนนานและประหยัดค่าซ่อมแซมในระยะยาว
ปรึกษาฟรี: LINE @to-paints | www.to-colors.com