สีภายในกับสีภายนอก ต่างกันอย่างไร?
คำถามแรกที่เจ้าของบ้านมักสับสนคือ “ใช้สีทั่วไปทั้งในและนอกได้ไหม?” คำตอบคือ ไม่ได้
| คุณสมบัติ | สีทาภายใน | สีทาภายนอก |
|---|---|---|
| ทนแดด UV | ไม่จำเป็น | จำเป็นมาก |
| ทนฝน-ความชื้น | ปานกลาง | สูงมาก |
| กลิ่น VOC | ต่ำ (ปลอดภัย) | อาจสูงกว่า |
| ความยืดหยุ่น | ปานกลาง | สูง |
| ป้องกันเชื้อรา | มีบ้าง | สูง |
สีทาภายนอก เลือกแบบไหนดี?
สีภายนอกต้องทนสภาพแวดล้อมของเมืองไทย ซึ่งมีแดดแรง ฝนหนัก และความชื้นสูง ควรพิจารณาคุณสมบัติเหล่านี้:
1. ทนแดด UV สูง
ประเทศไทยมีค่า UV Index เฉลี่ย 10-12 ซึ่งสูงมาก ต้องเลือกสีที่มีสารป้องกัน UV เพื่อป้องกันสีซีดและเปลี่ยนเฉดภายใน 2-3 ปีแรก สีที่แนะนำ เช่น TOA Super Shield, Nippon WeatherBond หรือ JOTUN Jotashield
2. กันเชื้อราและตะไคร่
ในพื้นที่ชื้น เชื้อราจะขึ้นเร็วมาก ควรเลือกสีที่มี Anti-fungal formula หรือเติมน้ำยากันเชื้อราเพิ่ม
สีทาภายใน เลือกแบบไหนให้น่าอยู่?
สีภายในเน้น 3 เรื่องหลัก: สุขภาพ ความสวยงาม และความทนทาน
เลือกระดับความเงาให้เหมาะกับแต่ละห้อง
- ด้าน (Flat/Matt) — เหมาะกับห้องนอน ห้องนั่งเล่น ซ่อนรอยผนังได้ดี
- กึ่งด้าน (Eggshell/Satin) — ยอดนิยมที่สุด ทำความสะอาดได้ เหมาะทุกห้อง
- กึ่งเงา (Semi-gloss) — เหมาะกับห้องครัว ห้องน้ำ ทนน้ำและทำความสะอาดง่าย
- เงา (Gloss) — เหมาะกับไม้และโลหะ ให้ความสวยงามสูง
วิธีคำนวณปริมาณสีที่ต้องใช้
สูตร: พื้นที่ทาสี ÷ ความครอบคลุม (ตร.ม./ลิตร) × จำนวนรอบที่ทา
ตัวอย่าง: ห้องนอน 4×4 เมตร สูง 2.8 เมตร → พื้นที่ผนัง ≈ 40 ตร.ม. → ทา 2 รอบ → ต้องการสี 8 ลิตร
5 ข้อผิดพลาดที่เจ้าของบ้านมักพลาด
- ไม่ทารองพื้น — สีลอกเร็ว ยึดเกาะไม่ดี
- ทาสีในขณะผนังยังชื้น — ทำให้สีเป็นฟอง พอง และหลุดลอก
- ผสมน้ำมากเกินไป — สีบาง ไม่ทน ปิดไม่สวย
- ใช้สีภายในทาภายนอก — สีลอกภายใน 1-2 ปี
- ไม่ทำความสะอาดผิวก่อนทา — สีไม่ยึดกับคราบน้ำมันหรือฝุ่น
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสีฟรี!
To-Colors มีทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมแนะนำสีที่ใช่สำหรับงานของคุณ ที่เดียวจบครบทุกสี
